
ช่วงนี้กำลังพยายามฟื้นบทเรียนภาษาญี่ปุ่น(ที่มีอยู่น้อยนิด)อยู่ มานั่งฟังซีดีประกอบหนังสือของ สสท. ก็รู้สึกว่าพอฟังบทสนทนาง่ายๆได้้ อ่านก็พอไหว คราวนี้เลยเกิดแรงฮึดขึ้นมาไปหาหนังสือเรียนญี่ปุ่นมาอ่านใหญ่เชียว ตั้งใจว่าจะเรียนเอง ไม่ไปเข้าคลาสละ ขี้เกียจเดินทาง-_-’
บนโต๊ะตอนนี้นอกจากงานแล้วก็จะมีอุปกรณ์การเรียนเต็มไปหมด ทั้งหนังสือญี่ปุ่นสวยๆที่แน่นอนยังอ่านไม่ออก เพราะเต็มไปด้วยตัวคันจิ แต่ประมาณว่ามาวางไว้เป็นกำลังใจ เซ็งๆก็เอามาเปิดอ่าน หาศัพท์เล่น หนังสือของ สสท. หนังสือ hi! Japan ของ สนพ.ทฤษฎี จริงๆเล่มนี้ ดูหน้าตาไม่ค่อยน่าเรียนเท่าไหร่ แต่กลับเวิร์คแฮะ คงเป็นเพราะเราไม่ซีเรียสว่าจะต้องจำไปพูดหรือไปสอบ แค่อยากจะเข้าใจเท่านั้น เรียนเองก็เลยสนุก
นอกจากหนังสือทั้งหลายก็มี flashcard (รูปข้างบน) ของ สสท. เหมือนกัน ตั้งเอาไว้อย่างนั้น พอจำได้ก็เปลี่ยนการ์ดใหม่
แต่ที่ตั้งใจจริงๆ น่าจะเป็นการฝึกคันจิ ลงทุนไปซื้อสมุดฝึกนี้มาเลย

นอกจากเสียตังค์ซื้อมาแล้ว เรียนฟรีตามเวบก็น่าสนุกนะ
NHK อันนี้มีเวอร์ชั่นไทยด้วย
japanesepod101 มี podcast ให้โหลด แต่ฟังในเวบก็ได้ เสียแต่ voice actor จะพูดส่วนที่เป็นอังกฤษมากกว่าญี่ปุ่น เหมาะสำหรับคนเริ่มเรียนก็มี ยากๆไปเลยก็มี
มาเรียนภาษาญี่ปุ่นกันเถอะ!
日本語を勉強しましよう!

สะดุดตากับหนังสือเล่มนี้ที่หน้าปก(อีกแล้ว) ตอนแรกนึกว่าเป็นหนังสือแปลจากเกาหลี เพราะรูปสไตล์คล้ายๆกัน หยิบขึ้นมาอ่านสะดุดใจกับชื่อเรื่อง เดาๆเอาว่าน่าจะเป็นเรื่องแนวๆจิตวิทยา ประมาณว่าเด็กที่ตามหาตัวตนของตัวเอง เปิดดูข้างในก็เจอวิธีการดำเนินเรื่องที่น่าสนใจ คือการเอาเกมมาช่วย เปิดอ่านประวัติคนเขียน เห็นว่าเรียนสาขาวรรณกรรมเด็กมา ไม่รู้เป็นไงเราว่าสาขานี้มันเท่ดีนะ เป็นสาขาหนึ่งที่คิดว่าหากย้อนเวลาได้ ก็อยากจะเลือกเรียนเหมือนกัน ทำไมตอนเด็กไม่รู้ว่ามันมีสาขานี้หว่า-_-’
เด็กชายผู้ไม่รู้ที่มาของตนเองเป็นเรื่องของ ปั้น เด็กชายผู้ชอบเก็บตัว มีชีวิตอยู่ในโลกส่วนตัว อยู่กับยายที่แสนเข้มงวด กับ เจ้าก้าง เพื่อนสี่ขา ปั้นอยู่อย่างเหงาๆ เศร้าๆ กับความคิดที่ว่าทำไมยายถึงไม่รัก และทำไมเขาถึงไม่มีพ่อแม่ จนกระทั่งปั้นได้รับจดหมายลึกลับฉบับหนึ่ง…
ถ้าพูดถึงโครงเรื่องกับการดำเนินเรื่องก็ไม่นับว่ามีอะไรใหม่ แต่จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นที่ผู้เขียนสามารถนำแนวคิดหลักของเรื่องที่ว่า เราสามารถมีความสุขกับชีวิตที่ไม่สมบูรณ์พร้อมได้ มาอธิบายให้เข้าใจง่าย และสนุก…
เป็นเรื่องที่เศร้า แต่อ่านแล้วมีกำลังใจ และเป็นสุข…
ชอบภาพประกอบ เห็นว่าคุณแม่ของคนเขียนเป็นคนวาดเองด้วย…

น้องลิงซึ่งน่าจะมีชื่อแต่ดันทิ้งกล่องมันไปแล้ว คุณพี่ซื้อมากะจะมาเล่นกับคุณหลาน วิธีการเล่นคือดึงตัวลิงข้างล่างลงมาแล้วปล่อย มันก็จะค่อยๆ ส่งเสียงแก๊กๆๆๆ ปากสั่น ตัวขยับขึ้นไปตำแหน่งเดิม เออ…อธิบายรู้เรื่องไหมเนี่ย สรุปคือ มันน่ารักดี ไว้เล่นแก้ง่วง
แต่พอเอาไปเล่นกับคุณหลาน…
คุณพี่ : เหมียวๆ มาเล่นนี่กัน…(ว่าแล้วก็ดึงน้องลิงลง)
แก๊กๆๆๆๆๆๆ
คุณหลาน : (เงียบ)
คุณพี่ : เอาอีกนะ…แก๊กๆๆๆๆๆๆ
คุณหลาน : (เงียบ+ทำหน้าประมาณว่าป้าทำไรง่ะ)
คุณพี่ : (ทำไมไม่มีปฏิกริยาเลยฟะ…เอาอีก…แก๊กๆๆๆๆๆๆ)
คุณหลาน : ….เสียงดัง
(เสียงดูหมิ่นสุดๆ…อันนี้เติมเอง เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่พอจะจินตนาการออก-_-’)

ชอบ font กับ สี ถ่ายที่รถไฟฟ้าสยาม กำลังพยายามหัดถ่ายรูปอยู่
แต่ไม่ค่อยได้ไปไหนเลยแฮะ…

ของฝากอีกชิ้นจากคุณพี่ เล่มนี้เป็น picture dictionary จากpie books ฉบับญี่ปุ่น-อังกฤษ มีทั้งตัวฮิรางานะ คันจิ ประโยคตัวอย่างภาษาญี่ปุ่น ประโยคตัวอย่างภาษาอังกฤษ ประกอบด้วยรูปสุดน่ารักจาก akemi tezuka

เจอเวบญี่ปุ่นน่ารักๆทีไร ก็เกิดอาการอยากไปเรียนภาษาญี่ปุ่นให้เป็นเรื่องเป็นราวทุกที เหตุผลหลักๆคืออยากอ่านหนังสือญี่ปุ่นสวยๆกับอยากอ่านเวบของนักวาดภาพสวยๆที่มักจะมีไดอารี่อยู่ด้วย แต่ความที่ทำงานอยู่กับบ้านนานจนชิน แค่นึกว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางไปเรียน มันก็ขี้เกียจซะงั้น…เออ หรือจะไปเรียนจริงๆจังๆดีเนี่ยย…

สายห้อยมือถือ เพนกวินบวกปลาน้อยมาจากญี่ปุ่น ส่วนขนฟูสีชมพูคาดว่ามาจากสำเพ็ง แต่ซื้อมาจากแถวบ้าน เวลาเบื่อๆก็เอามาลูบๆเล่น นุ่มมือดี
ที่เห็นเป็นลายไม้คือที่วางมือถือทรงรองเท้าส้นสูงจ้ะ

หางนกยูงหน้าบ้าน ปีนี้ออกเป็นกระจุกๆ ไม่ออกเต็มต้นเหมือนเแต่ก่อน แต่สียังร้อนแรงเหมือนเคย อยากถ่ายใกล้ๆ แต่อยู่สูงไปหน่อย…