barbepapa


ขนมสายไหมในรูปแบบน่ารัก พี่สาวซื้อมาจากบูธที่ emporium แต่รู้สึกว่าจะมีร้านที่ esplanade


ขนมสายไหมในรูปแบบน่ารัก พี่สาวซื้อมาจากบูธที่ emporium แต่รู้สึกว่าจะมีร้านที่ esplanade

ดูเหมือนต้นไม้ในเทพนิยาย แต่จริงๆ วาดเอาจากบอนไซของพ่อ รู้สึกว่าจะเป็นต้นโพธิ์มั๊ง
ได้ Moleskine นี่จากพี่สาว(อีกแล้ว) ลูบคลำไปมา คิดแล้วคิดอีกว่าจะวาดอะไรลงไปดี
จะวาดไปเรื่อยเปื่อยก็ดูจะทำให้เสียสมุดดีๆไปเปล่าประโยชน์ ตั้งใจว่าจะต้องวาดสิ่งที่สามารถ
กลับมาเปิดดูและชื่นชมได้
พักหลังๆ เรากับแม่จะพยายามออกไปเดินเล่นรอบบ้านทุกเย็น ที่ว่าต้องพยายาม เพราะเป็นโรคขี้เกียจเดินกัน
ถ้าไม่อ้างว่าทำงานอยู่ ก็จะอยากนอนเลื้อย อ่านหนังสือในบ้านเสียมากกว่า แต่หมอบอกว่าแม่ต้องออกกำลังกายบ้าง อย่างน้อยก็ต้องเดิน ทุกเย็นเราเลยออกมาเดินกัน โดยมีเราพกสมุดวาดไปด้วย
สังเกตว่าเราไม่ถนัดวาดภาพใหญ่ เช่น บ้านทั้งหลัง หรือวิวที่มีรายละเอียดเยอะๆ แต่ชอบวาดเป็นอันๆไปมากกว่า
ก็เลยออกมาเป็นแบบนี้
รูปทางซ้ายเป็น ลูกไม้มะฮอกกานีที่หล่นจากต้น ลูกไม้นี่หนักและแข็งมาก เวลาลมแรงๆ มันก็จะร่วงลงมา โชคดีที่ที่ผ่านมายังไม่มีใครโชคร้ายโดน ไม่งั้นอาจเดี้ยงได้ง่ายๆ ส่วนรูปขวาเป็นพวงหมวกสานขนาดเล็กซื้อมาจากจันทบุรี เห็นมันน่ารัก เข้ากับสวนดี…

เรามีนิสัยเสียอย่างหนึ่งคือชอบซื้อหนังสือ จริงๆก็ชอบอ่านด้วยนั่นแหละ แต่ความชอบซื้อมันมีมากกว่า จนอ่านไอ้ที่ซื้อๆมาไม่ทัน เกิดอาการดองกองหนังสืออย่างช่วยไม่ได้ แต่ข้อดีของการดองก็คือ เวลาที่อยากอ่านอะไรที่หลากหลายขึ้นมา ก็ไม่ต้องไปหาที่ไหน รื้อๆเอาจากตู้หนังสือนั่นแหละ อยากอ่านอารมณ์ไหนมีหมด ฉะนั้นจึงไม่ค่อยรู้สึกผิดเท่าไหร่เวลาซื้อหนังสือ เพราะรู้แน่ว่าถึงไม่อ่านวันนี้ สักวันหนึ่งก็ต้องหยิบมาอ่าน
Storm Warning ของ Mercedes Lackey นี่ ก็พึ่งซื้อมา เพราะกำลังอยู๋ในโหมดอยากอ่านหนังสือแฟนตาซี จริงๆเราเองไม่ใช่แฟนนิยายแฟนตาซี นับเรื่องที่เคยอ่านได้เลย แต่ความที่เคยอ่านนิยายแนวนี้ชุดหนึ่งที่ชอบเอามากๆ(ชื่อ The Farseer trilogy by Robin Hobb) ก็เลยแอบหวังว่าจะมีหนังสือดีๆให้อ่านสนุกอีก เลยพยายามหามาอ่านอยู่บ่อยๆ โชคร้ายที่เท่าที่พยายามอ่านมา ไม่มีเรื่องไหนสนุกเทียบเท่าเรื่องโปรดเลย แต่มันต้องมีสิน่า หวังว่า เล่มล่าสุดในมือนี่คงไม่ทำให้ผิดหวัง
ปกติจะไม่ชอบปกหนังสือแฟนตาซีสักเท่าไหร่ รู้สึกว่ามันดูเหมือนจริงหรือไม่ก็รายละเอียดเยอะไป ดูแล้วเวียนหัว แต่ปกหนังสือเล่มนี้ดูต่างจากเล่มอื่นๆ คาดว่าความที่มันยังมีความเป็นกราฟฟิคอยู่ ทำให้รู้สึกชอบ ดูเหมือนว่าศิลปินคนนี้ Jody Lee จะผูกขาดปกหนังสือของ Lackey มานานพอสมควร เพราะเห็นรูปสไตล์นี้ทีไรก็รู้เลยว่าเป็นหนังสือของใคร ถึงจะไม่เคยอ่านก็เถอะ
ลองเข้าไปดูงานของคุณ Jody Lee ดู มีรูปสเก็ตช์ รูปวาด ให้ดูด้วย
วันอาทิตย์เป็นวันเกิดเราเอง แก่ขึ้นอีกปีแล้ววววว ไม่ได้ไปไหน ไม่ได้ทำอะไรพิเศษ แถมดันทำงานทั้งวันอีกต่างหาก
ทำทั้งวัน พอเสร็จแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าวันเกิดตัวเองนี่หว่า เอาเถอะ เท่ากับเป็นการอวยพรตัวเอง ให้ได้งานทำเยอะๆๆๆๆๆ สาธุ
รูปข้างบนคือของขวัญที่พี่สาวที่แสนดีให้มา หลังๆจะชอบสะสมมุดน่ารักๆ คุณพี่เลยซื้อมาจากโตเกียวให้
ห่อมาในกระดาษเรียบๆ สีน้ำตาลเข้มสุดคลาสสิค ข้างในคือสมุดโน้ตปั๊มตรา postalco ปกกระดาษอัดผ้าสีเหลืองมัสตาร์ด กระดาษเขียนอย่างดี ลายตารางสีฟ้ายิบๆๆๆ สวยจนได้แต่ลูบๆ คลำๆ กว่าจะวาดรูปลงไปได้ ลบแล้วลบอีก กลัวไม่สวยสมสมุด
ขอให้หนึ่งปีที่แก่ขึ้น มีความสุข สงบ งานเยอะๆๆ สาธุ(อีกที)



ปกใหม่ของหนังสือคลาสสิคจาก Puffin ชุดนี้จะออกเด็กๆกว่าชุดของ Sterling ชอบสีสันสดใสกับภาพปกที่ดูกวนๆดี โดยเฉพาะพ่อมดออซ(แต่ออกจะดูโหดๆไปนิดนึงนะ) รู้สึกว่าของยี่ห้อนี้จะออกมาทั้งหมด 26 เรื่อง มีบางเล่มที่ดูเหมือนจะใช้เทคนิค scratchboard เหมือนกับของ Sterling ในสี่เล่มนี่เราอ่านจบอยู่แค่สองเล่มเอง คือ อลิซ กับ พ่อมดออซ อีกสองเล่ม คุ้นๆว่าจะอ่านตอนเด็ก อาจจะเป็นฉบับ simplified
ช่วงนี้เหมือนกับว่าจะเห็นสำนักพิมพ์หลายแห่งแข่งกันออกหนังสือคลาสสิคปกใหม่ๆกัน เห็นแล้วก็อยากซื้อมาเก็บไว้ดูเล่น เพราะสวยๆทั้งนั้น หกปกข้างบนเป็นของ Sterling ปเจอที่ Asia Books พารากอน เล่มใหญ่พอสมควร เห็นแล้วก็อยากได้ แต่พอคิดว่าคงไม่ได้อ่านก็เลยได้แต่ยืนลูบๆคลำๆ ชื่นชมภาพปกไป ภาพทั้งหมดในซีรีส์นี่ ดูเหมือนจะมาจากฝีมือคนเดียวกันคือคุณ Scott McKowen เทคนิคที่ใช้คือการ scratchboard เราเองเคยทำสมัยเรียนอยู่หนนึง ก็สนุกดี แต่ต้องใช้เวลาและความอุตสาหะพอสมควร อืม…คือจริงๆ ถ้าทำบ่อยๆมันคงไม่ลำบากอะไรนักหรอก อาจจะสนุกดีด้วยซ้ำ แต่ความที่เราชินกับการเห็นผลรวดเร็วทันใจในคอมพิวเตอร์ อะไรก็ตามที่ใช้เวลาก็กลายเป็นเรื่องยากไปซะงั้น ไม่ดีเลยแฮะ…
ใครสนใจ scratchboard ลองเข้าไปดูเวบ inkart ศิลปินเจ้าของเวบเขียนอธิบายขั้นตอนการทำงานของเขาไว้ได้น่าสนใจมากๆ